Browsing All posts tagged under »italy«

Italy paper 09 : naturale & Frizzante

April 16, 2013

0

ดองเอนทรี่ไว้ใน Draft Box นานได้ที่ ด้วยความคิดถึง เลยขอ Publish ความทรงจำเอาไว้อ่านกันจั๊กเทื่อหนึ่ง ขอต้อนรับทุกคนกลับสู่อิตาลีที่ไปมาเมื่อเดือนที่แล้วอีกครั้งหนึ่ง และกลับไปขอบ่นเรื่องน้ำดื่มกันอีกครั้ง อิตาลี… บ้านนี้เมืองนี้เขากินน้ำเปล่า 2 ประเภทกัน เวลาสั่งน้ำในร้านอาหารเขาจะถามว่า Gas or no gas วันแรกที่มาถึงมิลานเจอสำเสียงอิตาลีจ๋า ฟังเเป็น glass or no glass เราก็นึกว่าจะยกซดหรือใส่แก้ว เลยสั่ง glass ไว้ก่อน มาถึงเป็นน้ำโซดาเบยครัฟ…อ้วกจะแตก ทั้งนี้ทัั้งนั้นคนแถบนี้เขากินน้ำแร่ธรรมดา Naturale กับน้ำผสมฟองซ่า Frizzante ในช่วงที่ยุโรปปฏิวัติอุตสาหกรรม เขาก็ได้ก่อสร้างพัฒนาบ้านเมือง และเรื่องน้ำดื่มก็เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ แน่นอนว่าคนสมัยนั้นก็ไม่เชื่อว่าการดื่มน้ำจากก็อกจะดีจริงแบบที่หลวงท่านรัฐบาลไทยบอกว่า “น้ำประปาดื่มได้” นั่นแหละครับ ด้วยเหตุนี้ จึงมีพ่อค้านำน้ำมาฆ่าเชื้อทำความสะอาดใสมาขาย แต่ทำไงให้คนรู้ได้ว่า น้ำนี่ไฮโซนะจ๊ะ ไม่ใช่น้ำก็อกกดใส่ขวดขายนะจ๊ะ ทางบริษัทผู้ผลิตน้ำดื่ม เขาเลยคิดค้นวิธีทำให้คนรู้ได้ สัมผัสได้ …ว่าน้ำผ่านกระบวนการบางอย่างมาแล้ว ด้วยการเพิ่มรสชาติของน้ำลงไป กับการใส่บับเบิ้ลฟองซ่านี่ จนเกิดเป็นน้ำ Frizzante ขวดนี้นี่เองงงง อันนี้เป็นเรื่องที่พี่อุ๋มกูรูอิตาลีที่ออฟฟิศเล่ามาให้ฟังครับ […]

Italy paper 07 :น้ำก็อก

April 12, 2013

0

เขียนมาได้ไงหว่าทุกคืน คืนละตอน รู้ตัวอีกทีตอนนี้ก็ตอนที่ 7 ละ เอาเป็นว่าใครอ่านช่วยแสดงตัวหน่อยนะ จะได้รู้ว่าจะได้ระวังเผื่อพาดพิงถึงใคร (หัวเราะ) เคยได้ยินตำนานที่เพื่อนที่เคยไปเรียนเมืองนอกเมืองนาได้กล่าวขานกันมาว่า ประเทศแถบยุโรปเนี่ยเจริญแล้ว กินน้ำจากก็อกได้เลย ที่ลึกล้ำกว่านั้นตำนานได้กล่าวมาอีกว่า กินน้ำจากก็อกเนี่ย ต้องกินจากก็อกน้ำเย็นเท่านั้น เพราะน้ำร้อนที่ปล่อยมามีผสมสารเคมีอะไรบางอย่างไว้ ดังนั้น จะมาเปิดก็อกน้ำร้อนใส่มาม่ากินนี่ไม่ได้นะจ๊ะ หลังจากที่กินน้ำก็อกมาจากโรม และ ฟลอเร้นซ์ ก็ได้คุยกับเจ้าของโฮสเทลที่มิลานว่าขอเติมน้ำก็อกใส่ขวดหน่อย คำตอบที่ได้คือ…เอาจริงเหรอ น้ำก็อกนี่ก็กินได้นะ แต่ว่ากินๆไปอาจเป็นนิ่วได้ เพราะน้ำก็อกที่นี่ก็ไม่ได้สะอาดเท่าไหร่ ท่อประปาก็วางมาเป็นร้อยปีแล้ว … แล้วที่กรอกกินมาตลอดทางตามตำนานนั่นล่ะ มีเรื่องเล่าอีกเยอะเลย ไว้มาเล่าต่อ

Italy paper 06 : หล่อเหลาราวเดวิด

April 11, 2013

0

เรื่องมันมีอยู่ว่าตอนเดินอยู่ในดูโอโมสาขาปิซ่า (Piazza dei Duomo) นอกจากพวกรูปปั้น งานแกะ ภาพวาดต่างๆที่อลังการตามสไตล์อิตาลี ก็ยังมีพวกแสงส่องที่ลอดมาตามหลังคา หยอดมาสวยๆ เหมาะแก่การเดินเข้าไปรับพลังลำแสงมาก … ขณะที่เข้าไปยืนกลางแสงที่หยอดมาแล้วรู้สึกเหมือนเป็นเทพเทวดา ก็คิดเพลินๆว่า ถ้าได้ถ่ายรูปแสงแบบนี้ จะต้องหล่อแน่ๆ ทันใด! ก็มีสาวสวย (น่าจะสเปน) 2 คน เข้ามาขอถ่ายรูปด้วย ในอารามตกใจ เลยโอเคไปก่อน พร้อมชูสองนิ้ว โอ…เรานี่มันหล่อจริงๆ (คิดในใจ) … …… เฮ้ย เรื่องจริงนาเหวย… วันนี้เท่านี้พอ ไว้มาเล่าอีก

Italy Paper 05 : ท่าโพสแห่งปิซ่า

April 10, 2013

0

ในที่สุดก็ได้ออกจากโรม มาที่ปิซ่าบ้าง นั่งรถไฟเลียบทะเลจากโรม เข้าสู่แคว้นทอสคานี่ เข้าไปยังปิซ่า เพื่อไปชมหอเอนปิซา Torre pendente di Pisa ที่เขาฮิตมาดูกัน… ภาพที่คาดหวังจากที่นี่คือเป็นลานยาวๆ เห็นคนทุกชนชาติโพสท่าเอามือค้ำปิซ่ากันเรียงยาวตลอดสนามหญ้า ซึ่งเมื่อมาถึง ภาพที่เห็นมันก็เป็นงั้นจริงๆ…ถ่ายรูปอีพวกนี้สนุกกว่าถ่ายรูปหอเอนอีก ยืนสำรวจดู ก็ไม่ได้มีท่าอะไรแปลกใหม่มากนัก ต่างกันที่ยื่นมือมากน้อย ใช้นิ้วจิ้มจะดีไหม ดัน 2 มือรึเปล่า จูบปิซ่าก็คงจะเก๋ หาเพื่อนมาช่วยกันดันข้างนึง ค้ำข้างนึงก็เปรี้ยว เอามาก็เริ่ด วันนี้ไม่ค่อยเห็นท่าแปลกๆให้ดูเท่าไหร่ เออ ที่นี่มีคนไทยเยอะดีนะ บินมาค้ำปิซ่ากัน… ปล. ค่าขึ้นหอเอน €18.00 …เราไม่ได้ขึ้น คิดว่าขึ้นไปก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรหยิบลงมาเล่า ไว้ถูกหวยเบอร์ใหญ่มาค่อยตีตั๋วขึ้นละกัน

Italy paper 04 : เจลาโต้

April 9, 2013

0

วันที่สามแล้วกับการกินอยู่ในอิตาลี …พูดเลยว่าเลี่ยนกับอาหารที่นี่มาก คนอิตาลีถ้าได้กินพิซซ่าที่ไทยคงอร่อยตกเก้าอี้ไปเลย อาหารที่อร่อยเลอค่าที่สุด ต้องยกให้ไอศกรีมเจลาโต้ที่ลือลั่นสนั่นโลกว่ามานี่แล้วต้องกิน ร้านที่ดังมากในโรม ชื่อร้าน Creameria Monteforte อยู่ข้างวิหารแพนธีออน …ร้านนั้นเราไม่ได้กิน หาไม่เจอ แต่ว่าตอนเดินหลงทางอยู่ถนน Dei Gracchi ดันไปเจอร้าน Gelateria dei Gracchi (ชื่อร้านตั้งง่ายจัง เหมือนขาหมูตรอกซุง) เห็นว่าชาวโรมต่อคิวกันยาวมาก นั่งๆนอนๆข้างฟุตบาทรอเรียกคิวกันเต็มไปหมด เลยไปดึงบัตรคิวรอกับเขาบ้าง ระหว่างรอก็มองว่าเขาสั่งรสอะไรมากสุด ประมวลผลมาแล้วได้ความว่า รสช็อกโกแลต กับ รสพิสตาชิโิอ นี่ฮิตสุด ขวัญใจชาวโรมเลย เลยจัดไป 1 โคน €2.50 โอ…อร่อยจริง แต่เราก็ไม่ค่อยกินเจลาโต้นะ จึงหาร้านเทียบไม่ได้ จบละ…ไว้มาเล่าต่อ ปล. ปริศนาค่าเซอวิสชาร์จเมื่อ paper 2 กระจ่างแล้ว ร้าน ristorante ที่นี่เขาคิดค่าบริการ 15% นั่นเอง ปล.2 เอนทรี่นึง ยิ่งเขียนยิ่งยาวเนาะ…

Italy paper 03 : Viva Papa

April 9, 2013

0

ไปเซนต์ปีเตอร์เบิร์กมาเมื่อวันอาทิตย์ … คนเยอะมากจริงๆ แถมมีคนถือป้ายผ้า ธงรูปพระสันตปาปาด้วย สงสัยมากว่าวันนี้วันอะไรกัน โชคดีที่เจอคนไทยคาทอลิกที่มาที่นี่ด้วย โบกธงกันไหวๆ เลยเข้าไปถามว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าชาวคริสต์ทั่วโลกแห่กันมารับพระพรจากพระสันตะปาปาฟรานซิสในช่วงเที่ยงๆ คุณป้าแกเล่าให้ฟังว่า ปกติโป๊ปองค์นี้จะเปิดตัวออกมา 3 จุด A ที่ลานด้านหน้าวิหาร B ระเบียงกลางวิหาร(อันนี้เฉพาะงานใหญ่ๆ) C ห้องทรงงาน แกจึงชวนมาลุ้นกันว่าวันนี้จะเปิดตัวจากจุดไหน…และอย่าลืมรับพรจากพระองค์ เมื่อถึงเวลาเที่ยง โป๊ปก็เปิดตัวพร้อมกับการทิ้งแผงผ้าลงมาจากหน้าต่างที่ห้องทรงงาน และให้พร…พรเป็นภาษาอิตาลี และสวดมนต์ ทุกคนในลานดูฟังรู้เรื่อง สวดตามได้… เราก็งงไป พูดอะไรไม่รู้ จะสังฆังนะมามิก็ผิดที่ผิดทาง เอาเป็นว่า Viva Papa!! ตะโกนตามที่เขาตะโกนไปละกัน ไว้มาเล่าต่อ

Italy Paper 02 : Ristorante

April 8, 2013

1

Ristorante หรือ Restaurant นั่นแหละ เป็นร้านอาหารที่พบได้มากมายทั่วไปตามท้องถนนที่อิตาลี ร้านจะมีการตีโต๊ะเอ้าท์ดอร์ กะอินดอร์ให้เลือกนั่งดูผู้ดีแบบในหนังฝรั่ง (ให้ลืมภาพร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ด หรือเจ๊ก้อยราชเทวีไปก่อน) วันนี้ก็ไปนั่งกินมาหลังจากรับพระพรจากโป๊ปตอนเที่ยง จริงๆก็ทำใจเรื่องค่าอาหารไว้ส่วนหนึ่งแล้ว ว่ากินอยู่ที่นี่แพงแน่ วันนี้กินไป 2 คน 2 อย่าง 720 บาท (อึก…) น้ำแร่ขวดละ 100 2 ขวด (อัก…) … แต่ไม่นึกว่าเขาจะมีเซอร์วิสชาร์จ 6 ยูโรด้วย Fufufufufufufu มื้อเดียว 1200 เลยจ้า … มื้อต่อๆไปในทริปนี้คงจะกินอยู่อย่างประหยัดโกโกริโกะเกมกึ๋ยส์กันไป แล้วจะมาเล่าต่อ ปล. แมคโดนัลด์ที่นี่คิดค่าซอสด้วยนะ €0.20 …ซอสไม่อร่อยอีกตังหาก